
ช่วง เทศกาล กับการใช้เงินของคนไทย เผยอะไรให้เห็นบ้าง
- Good Day's
- 86 views

เทศกาล กับการใช้เงินของคนไทย ในช่วงเทศกาล ทำให้การใช้เงินของคนไทย เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เหมือนที่อธิบายไปใน แนวโน้มพฤติกรรมผู้เล่น ช่วงวันหยุด เพราะรายจ่ายหลายอย่าง มักเกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งค่าเดินทางกลับบ้าน ค่าอาหาร การเลี้ยงสังสรรค์ การทำบุญ และกิจกรรมกับครอบครัว

เทศกาล กับการใช้เงินของคนไทย ในช่วงเทศกาลทำให้คนไทยใช้เงินมากขึ้นจริง ในบางช่วง และบางกลุ่ม แต่ไม่ใช่คำตอบที่ตายตัวเสมอไป เพราะการใช้เงินช่วงเทศกาล ขึ้นอยู่กับทั้งบรรยากาศการเดินทาง การท่องเที่ยว การซื้อของฝาก การกินเลี้ยง และภาระครอบครัว
ขณะเดียวกัน หากค่าครองชีพสูง รายได้ไม่มั่นคง หรือผู้บริโภคกังวลค่าใช้จ่ายหลังวันหยุด การใช้เงินต่าง ๆ ก็อาจลดลง หรือถูกจำกัดให้เหลือเฉพาะสิ่งจำเป็นมากขึ้น ดังนั้น เทศกาลไม่ได้ทำให้คนไทยใช้เงินเพิ่ม เพียงเพราะอยากฉลอง แต่เป็นช่วงที่มีแรงกระตุ้น จากทางสังคม
บางเทศกาลทำให้ยอดใช้จ่ายรวมสูงขึ้น เพราะกิจกรรมในช่วงนั้น ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดรายจ่ายหลายด้านพร้อมกัน ทั้งการเดินทางกลับบ้าน การท่องเที่ยว การกินเลี้ยง การซื้อของฝาก และการใช้เงินกับครอบครัว เมื่อรายจ่ายเหล่านี้ เกิดในช่วงเวลาใกล้กัน
ยอดใช้จ่ายรวม จึงขยับสูงขึ้น แม้แต่ละรายการ อาจดูเป็นค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ก็ตาม ตัวอย่างที่เห็นชัด คือเทศกาลสงกรานต์ปี 2567 ซึ่งมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รายงานว่าบรรยากาศคึกคัก กว่าปีก่อน และมีเงินสะพัดจากคนไทย ประมาณ 1.28 แสนล้านบาท (10 เมษายน 2024) [1]
หากรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะอยู่ที่ประมาณ 1.41 แสนล้านบาท ตัวเลขนี้ สะท้อนว่าเทศกาลขนาดใหญ่ ไม่ได้กระตุ้นแค่การซื้อของส่วนตัว แต่ยังดึงการเดินทาง การท่องเที่ยว และบริการหลาย ๆ ประเภท ให้หมุนพร้อมกันด้วย เป็นหลัก
บางปีเทศกาล กลับทำให้คนระวังการใช้เงินมากขึ้น เพราะบรรยากาศรื่นเริง ไม่ได้ลบแรงกดดันทางเศรษฐกิจออกไป หากราคาสินค้า ค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน หรือรายได้ครัวเรือน ยังเป็นเรื่องที่คนกังวล ผู้บริโภคจึงมักเลือกปรับพฤติกรรม อย่างเช่น เที่ยวใกล้ขึ้น ซื้อของน้อยลง หรือเลือกใช้เงินกับสิ่งจำเป็น
กรณีสงกรานต์ ในปี 2565 เป็นตัวอย่างที่ชัด เพราะรายงานจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่าสินค้า และน้ำมันแพง ทำให้บรรยากาศสงกรานต์ไม่คึกคัก เงินสะพัดอยู่ที่ประมาณ 1.06 แสนล้านบาท และถูกมองว่าอยู่ในระดับต่ำสุด ในรอบ 10 ปี (7 เมษายน 2022) [2]
ข้อมูลเหล่านี้ ช่วยอธิบายว่าแม้เทศกาลจะเป็นช่วงที่คนอยากใช้เงิน แต่เมื่อค่าครองชีพกดทับ ความตั้งใจใช้จ่าย ก็อาจถูกลดระดับลงได้ ด้วยเหตุนี้ การใช้เงินช่วงเทศกาล จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความอยากเที่ยว หรืออยากฉลองเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความมั่นใจ ในเงินหลังเทศกาลด้วย เป็นหลัก

ช่วงเทศกาล ทำให้การใช้จ่ายเงินของคนไทยเพิ่มขึ้น เพราะรายจ่ายหลายประเภท เกิดขึ้นพร้อมกัน ในช่วงเวลาสั้น ๆ ทั้งค่าเดินทางกลับบ้าน ค่าอาหาร ของฝาก การเลี้ยงสังสรรค์ การทำบุญ และกิจกรรมกับครอบครัว เงินที่ใช้ในช่วงนี้ จึงไม่ได้มาจากความอยากซื้อของ เพียงอย่างเดียว
แต่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ หน้าที่ทางสังคม และบรรยากาศของเทศกาล ที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่าควรใช้จ่าย เพื่อดูแลคนใกล้ตัว หรือรักษาธรรมเนียมบางอย่างไว้ เมื่อรายจ่ายจำเป็น กับรายจ่ายทางใจมารวมกัน การใช้เงินช่วงเทศกาลต่าง ๆ จึงมักสูงกว่าวันปกติได้ง่าย
ค่าเดินทาง และการกลับบ้าน มีผลต่อเงินในกระเป๋าโดยตรง เพราะช่วงเทศกาล ไม่ได้มีแค่ค่าใช้จ่ายปลายทาง แต่เริ่มตั้งแต่ค่าน้ำมัน ค่าตั๋วรถ ค่าอาหารระหว่างทาง ค่าที่พักชั่วคราว หรือค่าเดินทางย่อยอื่น ๆ หลังถึงบ้าน ยิ่งเป็นครอบครัวที่เดินทางหลายคน ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ จะรวมกันเป็นเงินก้อนใหญ่ได้เร็ว
ภาพนี้เห็นได้จากช่วงสงกรานต์ ปี 2568 ที่หน่วยงานขนส่ง ต้องเตรียมรองรับการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ หลังเทศกาล โดยรายงาน Thai PBS ระบุว่าบริษัทขนส่ง คาดการณ์ผู้โดยสารเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ช่วงวันที่ 15 ถึงวันที่ 17 เมษายน 2568 เฉลี่ยวันละ 100,000 คน (15 เมษายน 2025) [3]
ตัวเลขนี้ สะท้อนว่าการกลับบ้านช่วงเทศกาล ไม่ใช่แค่เรื่องความรู้สึก แต่เป็นการเคลื่อนย้ายขนาดใหญ่ ที่มีต้นทุนติดตามมาเสมอ ดังนั้น เงินในกระเป๋าช่วงเทศกาล จึงไม่ได้ลดลงเพราะการเที่ยว หรือซื้อของเพียงอย่างเดียว แต่ลดลงจากต้นทุน จากการกลับไปอยู่ในพื้นที่ หรือการกลับไปหาครอบครัวด้วย
ของฝาก อาหาร และการเลี้ยงสังสรรค์ สะท้อนพฤติกรรมใช้เงินแบบไทย ในฐานะใช้เงิน เพื่อความสัมพันธ์ มากกว่าเป็นแค่การซื้อของกิน หรือของใช้ธรรมดา ๆ เพราะเทศกาลต่าง ๆ มักเป็นช่วงที่คนกลับไปพบครอบครัว ไหว้ผู้ใหญ่ เยี่ยมญาติ หรือเจอเพื่อนเก่า
การซื้อของติดมือ การเลี้ยงอาหาร หรือการร่วมวงสังสรรค์ จึงทำหน้าที่แทนความคิดถึง ความใส่ใจ และการรักษามารยาททางสังคม ข้อมูลการใช้จ่ายช่วงปีใหม่ ที่รายงานโดยฐานเศรษฐกิจ ระบุว่ามูลค่าการใช้จ่าย ด้านการสังสรรค์เพิ่มขึ้น 27.5% ขณะที่ของขวัญยอดนิยมในช่วงปีใหม่
ได้แก่ กระเช้าของขวัญ 23.4%, เงินสด 20.6% และอาหารเสริม 12.5% ตัวเลขนี้ ช่วยให้เห็นว่ารายจ่ายช่วงเทศกาลจำนวนหนึ่ง ไม่ได้เกิดจากความจำเป็นพื้นฐานอย่างเดียว แต่เกิดจากบทบาททางสังคม ที่คนไทยให้ความสำคัญกับการพบปะ และการให้ของในช่วงเวลาพิเศษ (24 ธันวาคม 2025) [4]
เทศกาลกับการใช้เงินของคนไทย สะท้อนว่ารายจ่ายช่วงวันหยุด ไม่ได้เกิดจากความฟุ่มเฟือย แต่เกิดจากภาระ และความสัมพันธ์หลายด้านที่มารวมกัน ในเวลาเดียวกัน บางปีการใช้จ่ายสูงขึ้น เพราะการเดินทาง และการสังสรรค์คึกคัก ขณะที่บางปีคนไทยระวังการใช้เงิน เพราะค่าครองชีพที่สูงขึ้น
การใช้จ่ายช่วงเทศกาลของคนไทย เปลี่ยนไปตามยุคจากการใช้เงิน กับกิจกรรมในพื้นที่จริงเป็นหลัก ไปสู่การใช้เงินที่เริ่ม ตั้งแต่ก่อนถึงวันหยุด ผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น อย่างเช่น การจองตั๋ว จองที่พัก สั่งของฝาก โอนเงินให้ครอบครัว หรือสแกนจ่ายต่าง ๆ ระหว่างเดินทาง
ค่าครองชีพทำให้พฤติกรรมใช้เงิน ในช่วงเทศกาล เปลี่ยนจากการใช้ตามบรรยากาศ ไปสู่การเลือกใช้เฉพาะสิ่งที่จำเป็น หรือมีความหมายกับครอบครัวมากขึ้น เมื่อค่าเดินทาง อาหาร ของใช้ และรายจ่ายประจำสูงขึ้น คนไทยจำนวนหนึ่ง จึงอาจลดการเที่ยวไกล หรือเลี่ยงการเลี้ยงสังสรรค์ขนาดใหญ่

