
สถิติการเล่นพนัน ช่วงสงกรานต์ สะท้อนอะไรได้บ้าง
- Good Day's
- 98 views

สถิติการเล่นพนัน ช่วงสงกรานต์ สะท้อนว่าเทศกาลไม่ได้เป็นเพียงช่วงเวลาพักผ่อนหรือรวมตัวของครอบครัว แต่ยังเป็นช่วงที่พฤติกรรมเสี่ยงโชคบางรูปแบบถูกมองเห็นชัดขึ้น อย่างที่เขียนไปใน แนวโน้มพฤติกรรมผู้เล่น ช่วงวันหยุด ทั้งจากการรวมกลุ่มในชุมชน การใช้เวลาว่าง การชวนเล่นในวงคนใกล้ตัว และการเข้าถึงพนันออนไลน์ผ่านมือถือ
สถิติการเล่นพนันช่วงสงกรานต์สะท้อนว่า พฤติกรรมเสี่ยงโชคของคนไทยไม่ได้เกิดขึ้นแบบโดดเดี่ยว เหมือนที่เขียนไปใน เทศกาล กับการใช้เงินของคนไทย แต่สัมพันธ์กับช่วงเวลาที่ผู้คนรวมตัว พักผ่อน ใช้เงิน และอยู่ในบรรยากาศรื่นเริงมากกว่าปกติ แม้ข้อมูลที่มีจะยังไม่ใช่ตัวเลขเฉพาะวันสงกรานต์โดยตรง
แต่สถิติการพนันระดับประเทศช่วยให้เห็นว่า การพนันมีฐานผู้เล่นกว้างและแทรกอยู่ในหลายรูปแบบของชีวิตประจำวันอยู่แล้ว เมื่อเข้าสู่เทศกาลใหญ่ พฤติกรรมเหล่านี้จึงมักถูกมองเห็นชัดขึ้น ทั้งในรูปแบบการเล่นเพื่อความสนุก การชวนกันในกลุ่มคนใกล้ตัว และการเข้าถึงผ่านช่องทางออนไลน์ที่ทำให้การเสี่ยงโชคเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าเดิม
สงกรานต์ทำให้พฤติกรรมเสี่ยงโชคถูกมองเห็นชัดขึ้น เพราะเป็นช่วงที่ผู้คนมีเวลาว่าง เดินทางกลับบ้าน รวมญาติ พบเพื่อน และอยู่ในบรรยากาศงานรื่นเริงมากกว่าช่วงปกติ เหมือนที่เขียนไปใน ทำไมช่วงหยุดยาว คนเล่นพนันมากขึ้น เมื่อกิจกรรมทางสังคมเกิดขึ้นพร้อมกันหลายชั้น การพนันบางรูปแบบจึงมักถูกแทรกเข้ามาในฐานะ “ความสนุกระหว่างกลุ่ม” มากกว่าจะถูกมองว่าเป็นพฤติกรรมเสี่ยงทางการเงินตั้งแต่แรก
บริบทนี้ยังเชื่อมกับร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ระบุว่า ในสมัยรัชกาลที่ 5-6 การพนันบางประเภทเคยปรากฏในงานนักขัตฤกษ์ เช่น สงกรานต์ ตรุษจีน หรืองานไหว้พระ โดยมีการกำหนดช่วงเวลาและประเภทการเล่นไว้ชัดเจน ภาพนี้ทำให้เห็นว่า การพนันช่วงสงกรานต์ไม่ได้เกิดจากยุคออนไลน์เพียงอย่างเดียว แต่มีรากจากบรรยากาศเทศกาลที่ทำให้การเสี่ยงโชคถูกมองเป็นกิจกรรมใกล้ตัวมากขึ้น (15 เมษายน 2022) [1]
ตัวเลขการพนันระดับประเทศช่วยอ่านภาพช่วงสงกรานต์ได้ในฐานะ “พื้นหลังของพฤติกรรม” ไม่ใช่ตัวเลขเฉพาะของวันสงกรานต์โดยตรง เพราะข้อมูลปี 2564 ระบุว่าคนไทยเล่นพนันประมาณ 32 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ถึง 6.3% ตัวเลขนี้สะท้อนว่า การพนันเป็นพฤติกรรมที่มีฐานผู้เล่นกว้างอยู่แล้ว เมื่อตรงกับช่วงเทศกาลที่คนรวมตัวและใช้เวลาว่างมากขึ้น พฤติกรรมเดิมจึงมีโอกาสปรากฏชัดขึ้นในชีวิตประจำวัน (2 กรกฎาคม 2021) [2]
การอ่านสถิติช่วงสงกรานต์จึงควรระวังไม่สรุปเกินข้อมูลว่า “สงกรานต์ทำให้คนเล่นพนันเพิ่มขึ้น” หากไม่มีผลสำรวจเฉพาะช่วงเทศกาลรองรับ แต่สามารถใช้ตัวเลขระดับประเทศเพื่ออธิบายได้ว่า สังคมไทยมีโครงสร้างพฤติกรรมการพนันที่กระจายอยู่หลายกลุ่ม ทั้งหวย ไพ่ พนันกีฬา และพนันออนไลน์ เมื่อเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวอย่างสงกรานต์ ตัวเลขเหล่านี้จึงกลายเป็นเลนส์ช่วยมองความเสี่ยงที่อาจถูกซ่อนอยู่ใต้บรรยากาศความสนุกของเทศกาลได้ชัดขึ้น

การพนันช่วงสงกรานต์มีรากจากวัฒนธรรมเทศกาล เพราะในอดีตการเสี่ยงโชคบางรูปแบบเคยปรากฏอยู่ในงานรื่นเริง งานนักขัตฤกษ์ และพื้นที่รวมตัวของชุมชน ไม่ได้เริ่มต้นจากเว็บหรือแอปออนไลน์เพียงอย่างเดียว ข้อมูลที่กล่าวถึงช่วงรัชกาลที่ 5-6 ชี้ให้เห็นว่าการพนันบางประเภท เคยถูกจัดให้อยู่ภายใต้การแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ การเสียภาษี และการกำหนดวันเล่นในช่วงสงกรานต์หรือตรุษจีนอย่างชัดเจน
เมื่อมองจากจุดนี้ การพนันในช่วงสงกรานต์จึงควรถูกเข้าใจในฐานะพฤติกรรมที่เปลี่ยนช่องทางตามยุคสมัย จากพื้นที่งานรื่นเริงในชุมชน มาสู่หน้าจอมือถือที่เข้าถึงง่ายและสังเกตเห็นยากกว่าเดิม
การพนันในเทศกาลเคยเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่งานรื่นเริง เพราะในอดีตงานนักขัตฤกษ์ไม่ได้มีแค่พิธีกรรม การละเล่น หรือการพบปะของชุมชนเท่านั้น แต่ยังมีการเล่นเสี่ยงโชคบางประเภทปะปนอยู่ในบรรยากาศของงานด้วย จากข้อมูลที่ให้มา ในสมัยรัชกาลที่ 5-6 การพนันบางชนิดต้องมีการแจ้งต่อเจ้าหน้าที่และเสียภาษีอากร เพื่อให้สามารถจัดเล่นได้อย่างถูกต้องตามระเบียบในช่วงเวลานั้น
กรณีของสงกรานต์และตรุษจีนยิ่งทำให้เห็นภาพนี้ชัดขึ้น เพราะมีการระบุว่าชาวสยามนิยมเล่นการพนันในช่วงเทศกาลเหล่านี้ จนภายหลังทางราชการมีการกำหนดกรอบการอนุญาต เช่น วันสงกรานต์โดยทั่วไปกำหนดเพียง 3-4 วัน ส่วนตรุษจีนกำหนด 3 วัน และจำกัดประเภทการเล่นบางอย่างไว้ ภาพนี้สะท้อนว่า การพนันช่วงเทศกาลไม่ได้เริ่มจากพฤติกรรมออนไลน์ยุคใหม่ แต่เคยผูกอยู่กับพื้นที่ชุมชน งานรื่นเริง และการควบคุมของรัฐมาก่อน
พฤติกรรมการพนันเปลี่ยนจากวงเล่นในชุมชนสู่หน้าจอมือถือ โดยแกนเดิมยังคล้ายกันคือความอยากเสี่ยงโชค ความตื่นเต้น และการมีคนชวนหรือบรรยากาศพาไป แต่ช่องทางเปลี่ยนจากพื้นที่ที่มองเห็นได้ เช่น งานวัด วงไพ่ หรือกิจกรรมในชุมชน ไปสู่พื้นที่ส่วนตัวบนโทรศัพท์มือถือ ทำให้การพนันไม่จำเป็นต้องเกิดจากการรวมกลุ่มต่อหน้าเสมอไป
การเปลี่ยนช่องทางนี้ทำให้สถิติการเล่นพนันช่วงเทศกาลอ่านยากขึ้นกว่าเดิม เพราะในอดีตการเล่นมักปรากฏเป็นภาพกิจกรรมในพื้นที่จริง แต่ปัจจุบันพฤติกรรมเดียวกันสามารถเกิดขึ้นผ่านเว็บ แอป กลุ่มแชต หรือการโอนเงินออนไลน์ได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่ผู้คนมีเวลาว่างมากขึ้น การพนันจึงอาจไม่ได้หายไปจากเทศกาล เพียงแต่ย้ายจากวงที่คนรอบข้างมองเห็น ไปอยู่บนหน้าจอที่ตรวจจับและรับรู้ได้ยากกว่าเดิม
ช่วงเทศกาลทำให้การพนันถูกมองว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น เพราะเป็นช่วงที่ผู้คนรวมตัว ใช้เวลาร่วมกัน และอยู่ในบรรยากาศผ่อนคลายมากกว่าปกติ กิจกรรมเสี่ยงโชคจึงอาจถูกชวนเล่นในรูปแบบที่ดูไม่จริงจัง เช่น เล่นกันในกลุ่มญาติ เพื่อน หรือคนในชุมชน
แต่เมื่อมีการใช้เงินจริงและเกิดการเล่นซ้ำ พฤติกรรมนี้ก็ไม่ใช่แค่ความสนุกชั่วคราวอีกต่อไป ข้อมูลช่วงโควิดยังสะท้อนว่า แม้สถานการณ์บางช่วงทำให้การพนันลดลง แต่เมื่อผู้เล่นปรับตัวได้ การพนันก็สามารถเปลี่ยนช่องทางไปสู่รูปแบบที่เข้าถึงง่ายกว่าเดิม โดยเฉพาะออนไลน์ที่ทำให้การเสี่ยงโชคเกิดขึ้นได้แม้อยู่ในช่วงวันหยุดหรือพื้นที่ส่วนตัว
การรวมกลุ่มในครอบครัวและชุมชนทำให้การพนันถูกชวนเล่นง่ายขึ้นได้ เพราะช่วงสงกรานต์เป็นเวลาที่ผู้คนกลับบ้าน พบญาติ พบเพื่อน และใช้เวลาร่วมกันนานกว่าปกติ กิจกรรมที่เริ่มจากการพูดคุยหรือเล่นสนุกในกลุ่มเล็ก ๆ จึงอาจค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นการลงเงิน เสี่ยงทาย หรือเล่นพนันแบบไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องจริงจัง ทั้งที่พฤติกรรมเหล่านี้มีผลต่อเงิน ความสัมพันธ์ และความเคยชินในการเสี่ยงโชค
สิ่งที่น่ากังวลคือ การพนันในบรรยากาศครอบครัวหรือชุมชนมักถูกทำให้ดูเบากว่าความเป็นจริง เพราะมีคำอธิบายว่าเล่นกันเอง เล่นแก้เบื่อ หรือเล่นสนุกช่วงเทศกาล แต่เมื่อมีการใช้เงินจริง พฤติกรรมนี้ก็ไม่ใช่แค่กิจกรรมคลายเครียดธรรมดาอีกต่อไป โดยเฉพาะหากเกิดการเล่นซ้ำ การชวนกันต่อ หรือการมองว่าการพนันเป็นส่วนหนึ่งของความสนุกประจำเทศกาล
การพนันไม่ได้หายไปง่าย ๆ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน แต่มีแนวโน้มปรับรูปแบบตามข้อจำกัดและช่องทางที่เข้าถึงได้ ข้อมูลช่วงโควิดในปี 2564 สะท้อนภาพนี้ชัดเจน โดยช่วงล็อกดาวน์ 26 มีนาคมถึง 30 มิถุนายน 2563 มีคนเล่นพนันน้อยลง 57.5% และหยุดเล่นพนัน 13.7% เพราะกองสลากงดออกรางวัล แหล่งเล่นลดลง และผู้คนต้องประหยัดค่าใช้จ่าย
แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2563 ถึง 8 เมษายน 2564 กลับพบว่ามีคนหยุดเล่นพนันเพียง 1.2% และคนที่เล่นพนันมากขึ้นคือกลุ่มที่เล่นพนันออนไลน์ ตัวเลขนี้ช่วยอธิบายว่า เมื่อช่องทางเดิมถูกจำกัด การพนันอาจไม่ได้หายไปจากพฤติกรรมของผู้เล่น เพียงแต่ย้ายไปสู่พื้นที่ที่สะดวกกว่า เงียบกว่า และตรวจจับได้ยากกว่าเดิม โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวที่มีเวลาว่างมากขึ้นอย่างสงกรานต์

พนันออนไลน์ทำให้สถิติการเล่นพนันช่วงเทศกาลอ่านยากกว่าเดิม เพราะพฤติกรรมไม่ได้เกิดขึ้นในพื้นที่ที่มองเห็นได้ชัดเหมือนวงไพ่ บ่อน หรือกิจกรรมเสี่ยงโชคในชุมชนอีกต่อไป แต่ย้ายไปอยู่บนมือถือ กลุ่มแชต บัญชีออนไลน์ และการโอนเงินที่เกิดขึ้นแบบส่วนตัวมากขึ้น
แม้ช่วงสงกรานต์จะเป็นเวลาที่ผู้คนรวมตัวและมีวันหยุดยาว แต่การเล่นพนันอาจเกิดขึ้นเงียบ ๆ ระหว่างเดินทาง อยู่บ้าน หรือพักจากกิจกรรมเทศกาลได้ตลอดเวลา ทำให้การดูแค่ภาพภายนอกไม่พอ ต้องอ่านร่วมกับสถิติการพนันออนไลน์ที่เติบโตขึ้น เพื่อเข้าใจว่าความเสี่ยงไม่ได้หายไป เพียงแต่ซ่อนตัวอยู่ในช่องทางที่ตรวจจับยากกว่าเดิม
การพนันออนไลน์ไม่จำเป็นต้องมีวงเล่นให้เห็นเหมือนในอดีต เพราะการเล่นสามารถเกิดขึ้นผ่านโทรศัพท์มือถือ บัญชีออนไลน์ กลุ่มแชต หรือช่องทางโอนเงินได้โดยไม่ต้องรวมตัวในพื้นที่จริงเหมือนวงไพ่ บ่อน หรือกิจกรรมเสี่ยงโชคตามชุมชน พฤติกรรมที่เคยต้องอาศัยสถานที่และผู้เล่นหลายคน จึงถูกย้ายมาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวที่คนรอบข้างอาจไม่รู้ว่ากำลังเกิดขึ้น
ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้การอ่านสถิติการพนันช่วงเทศกาลซับซ้อนขึ้น เพราะสิ่งที่มองไม่เห็นไม่ได้แปลว่าไม่มีอยู่จริง โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่หลายคนมีเวลาว่างมากขึ้น อยู่กับมือถือมากขึ้น หรือเดินทางกลับบ้านพร้อมอุปกรณ์ออนไลน์ติดตัว การพนันจึงอาจเกิดขึ้นเงียบ ๆ ระหว่างวันหยุด โดยไม่จำเป็นต้องมีภาพวงเล่นให้สังเกตเห็นเหมือนในอดีต
การเติบโตของพนันออนไลน์บอกว่า ความเสี่ยงในช่วงวันหยุดยาวไม่ได้อยู่แค่การรวมกลุ่มเล่นพนันในพื้นที่จริง แต่รวมถึงการเข้าถึงการพนันผ่านหน้าจอได้ตลอดเวลา ข้อมูลปี 2564 ระบุว่าจำนวนคนเล่นพนันออนไลน์เพิ่มขึ้น 135.8% เมื่อเทียบกับปี 2562 และวงเงินพนันออนไลน์เพิ่มขึ้น 431.3% ตัวเลขนี้สะท้อนว่าช่องทางออนไลน์ไม่ได้เป็นแค่ทางเลือกเสริม แต่กลายเป็นพื้นที่สำคัญของพฤติกรรมพนันยุคใหม่
เมื่อเชื่อมกับช่วงสงกรานต์ ความเสี่ยงจึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะวงเล่นในบ้านหรือชุมชนเท่านั้น แต่ขยายไปถึงการเล่นคนเดียวในห้องพัก ระหว่างเดินทาง หรือช่วงว่างระหว่างกิจกรรมเทศกาล ยิ่งช่องทางออนไลน์เข้าถึงง่ายและเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีคนชวนต่อหน้า การเสี่ยงโชคในวันหยุดยาวจึงอาจเริ่มจากความเบื่อ ความอยากลอง หรือการเห็นโฆษณาเพียงไม่กี่ครั้ง ก่อนกลายเป็นพฤติกรรมที่ทำซ้ำได้ง่ายกว่าเดิม
เด็กและเยาวชนเกี่ยวข้องกับสถิติการพนันช่วงสงกรานต์ในฐานะกลุ่มที่มีโอกาสเข้าถึงการพนันได้ง่ายขึ้นเมื่อวันหยุดยาว เวลาว่าง และการใช้ออนไลน์มารวมกัน แม้ยังไม่ควรสรุปว่าเยาวชนเล่นพนันเพิ่มขึ้นเฉพาะช่วงสงกรานต์หากไม่มีข้อมูลตรงรองรับ แต่สถิติเดิมช่วยชี้ให้เห็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา
เพราะข้อมูลปี 2566 พบว่าเยาวชนเล่นพนันออนไลน์ 32.3% และมีเงินหมุนเวียนจากกลุ่มเยาวชนกว่า 58,675 ล้านบาท เมื่อช่วงสงกรานต์มักทับกับปิดเทอม การเดินทาง และการรวมกลุ่มกับเพื่อนหรือครอบครัว โอกาสเห็นคำชวน โฆษณา หรือการเล่นตามคนใกล้ตัวจึงอาจเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว
ช่วงปิดเทอมและวันหยุดยาวเพิ่มโอกาสให้เยาวชนเข้าถึงพนันได้ เพราะเป็นช่วงที่เวลาว่างมากขึ้น การใช้โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตยาวขึ้น และการอยู่รวมกับเพื่อนหรือคนใกล้ตัวอาจทำให้เห็นคำชวนเล่นหรือเนื้อหาเกี่ยวกับการพนันได้ง่ายกว่าเดิม โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยการพักผ่อน ความสนุก และการใช้เงิน ทำให้การเสี่ยงโชคบางรูปแบบอาจถูกมองว่าเป็นเพียงกิจกรรมคลายเบื่อ ทั้งที่มีความเสี่ยงตามมา
อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ประเด็นนี้ไม่ควรสรุปว่าเยาวชนเล่นพนันเพิ่มขึ้นเฉพาะช่วงสงกรานต์ หากไม่มีผลสำรวจเฉพาะเทศกาลรองรับ แต่สถิติที่มีช่วยชี้ให้เห็นว่า เยาวชนเป็นกลุ่มที่ควรเฝ้าระวังอยู่แล้ว เพราะเมื่อเวลาว่าง ช่องทางออนไลน์ และแรงชวนจากสภาพแวดล้อมมารวมกันในช่วงวันหยุดยาว โอกาสในการเริ่มลองหรือถูกดึงเข้าสู่การพนันจึงมีน้ำหนักมากขึ้นกว่าช่วงชีวิตประจำวันที่ถูกจำกัดด้วยเวลาเรียนหรือกิจวัตรปกติ
ตัวเลขเยาวชนเล่นพนันออนไลน์สะท้อนความเสี่ยงระยะยาวในด้านพฤติกรรม การเงิน และสุขภาพจิต เพราะข้อมูลปี 2566 ระบุว่าเยาวชนเล่นพนันออนไลน์ 32.3% ลงเงินเฉลี่ยเดือนละ 1,633 บาท และมีเงินหมุนเวียนจากกลุ่มเยาวชนกว่า 58,675 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เห็นว่า การพนันในกลุ่มเยาวชนไม่ใช่เรื่องเล็กหรือเกิดขึ้นแบบกระจัดกระจาย แต่เป็นพฤติกรรมที่มีมูลค่าทางการเงินและเกี่ยวข้องกับการเข้าถึงออนไลน์อย่างชัดเจน (24 กุมภาพันธ์ 2026) [3]
เมื่อพฤติกรรมพนันเริ่มต้นตั้งแต่อายุน้อย ความเสี่ยงไม่ได้จบแค่การเสียเงินในครั้งใดครั้งหนึ่ง แต่รวมถึงการสร้างความเคยชินกับการลุ้นผล การอยากเอาคืน และการใช้เงินโดยขาดการยับยั้งชั่งใจ ข้อมูลปี 2562 ยังระบุว่าเด็กอายุ 15-18 ปีเล่นพนันประมาณ 7.33 แสนคน หรือ 20.9% ของกลุ่มเด็ก และพบอายุต่ำสุดที่เริ่มเล่นพนันคือ 7 ขวบ จึงทำให้ประเด็นเยาวชนกับการพนันช่วงวันหยุดยาวไม่ใช่แค่เรื่องของเทศกาล แต่เป็นสัญญาณของพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจสะสมต่อไปในระยะยาว
สถิติพนันฟุตบอลและพนันยอดนิยมช่วยอธิบายบรรยากาศพนันช่วงเทศกาลได้ เพราะทำให้เห็นว่าการพนันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ไพ่ หวย หรือวงเล่นพื้นบ้านเท่านั้น แต่ยังเชื่อมกับกิจกรรมบันเทิง กีฬา การพูดคุยในกลุ่มเพื่อน และช่องทางออนไลน์ที่เข้าถึงง่ายขึ้น ข้อมูลปี 2564 ที่พบว่าคนไทยเล่นพนันบอลประมาณ 3.8 ล้านคน และมีเงินพนันหมุนเวียน 181,168 ล้านบาท (21 พฤษภาคม 2024) [4]
สะท้อนว่าความสนุกจากการเชียร์หรือการลุ้นผลสามารถเปลี่ยนเป็นพฤติกรรมเสี่ยงเงินได้ เมื่ออยู่ในช่วงสงกรานต์ที่ผู้คนมีเวลาว่าง รวมตัว และใช้กิจกรรมบันเทิงร่วมกันมากขึ้น สถิติเหล่านี้จึงช่วยให้เห็นว่าบรรยากาศพนันช่วงเทศกาลไม่ได้มีรูปแบบเดียว แต่กระจายอยู่ทั้งในวงสนทนา หน้าจอมือถือ และกิจกรรมสันทนาการที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวกับการพนันโดยตรง
การพนันช่วงเทศกาลไม่ได้มีแค่ไพ่ หวย หรือวงเล่นพื้นบ้าน เพราะรูปแบบการเสี่ยงโชคในปัจจุบันขยายออกไปตามสื่อ กีฬา และช่องทางออนไลน์มากขึ้น จากเดิมที่ภาพการพนันในช่วงสงกรานต์อาจถูกนึกถึงผ่านวงไพ่ในบ้าน การเล่นกันในชุมชน หรือกิจกรรมเสี่ยงทายตามงานรื่นเริง แต่เมื่อพฤติกรรมผู้เล่นเปลี่ยนไป การพนันก็ไม่ได้จำกัดอยู่กับพื้นที่จริงหรือรูปแบบดั้งเดิมอีกต่อไป
ข้อมูลปี 2562 ระบุว่าการพนันที่พบมากยังรวมถึงสลากกินแบ่งรัฐบาล หวยใต้ดิน ไพ่ พนันทายผลฟุตบอล และไฮโล ขณะที่ข้อมูลปี 2564 ยังสะท้อนว่าพนันออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับปี 2562 ภาพนี้ทำให้การอ่านสถิติการพนันช่วงสงกรานต์ต้องมองให้กว้างกว่า “มีวงเล่นหรือไม่มีวงเล่น” เพราะพฤติกรรมเดียวกันอาจเกิดขึ้นผ่านการคุยเรื่องผลกีฬา การแทงผ่านออนไลน์ หรือการเสี่ยงโชคจากหน้าจอที่ไม่ได้ดูเหมือนการพนันแบบเดิมในสายตาคนรอบข้าง
พนันฟุตบอลสะท้อนพฤติกรรมเสี่ยงโชคที่ผูกกับความบันเทิง เพราะจุดเริ่มต้นของผู้เล่นจำนวนหนึ่งอาจไม่ได้มาจากการมองหาการพนันโดยตรง แต่มาจากการดูกีฬา เชียร์ทีมโปรด คุยกับเพื่อน หรืออยากเพิ่มความตื่นเต้นให้กับการแข่งขัน ข้อมูลปี 2564 ระบุว่าคนไทยเล่นพนันบอลประมาณ 3.8 ล้านคน และมีเงินพนันหมุนเวียน 181,168 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมบันเทิงอย่างฟุตบอลสามารถเชื่อมกับพฤติกรรมเสี่ยงเงินได้ในวงกว้าง
เมื่อเชื่อมกับช่วงเทศกาลอย่างสงกรานต์ การพนันฟุตบอลจึงช่วยอธิบายว่า ความเสี่ยงไม่ได้เกิดเฉพาะจากวงเล่นในบ้านหรือชุมชนเท่านั้น แต่ยังเกิดจากบรรยากาศการรวมกลุ่ม ดูกีฬา พูดคุย และใช้เวลาว่างร่วมกันได้ด้วย หากความบันเทิงถูกเติมด้วยการลงเงิน การเชียร์ที่ควรเป็นเรื่องสนุกก็อาจเปลี่ยนเป็นแรงกดดัน ความอยากเอาคืน หรือความเคยชินในการเสี่ยงโชคโดยไม่ทันสังเกต
สถิติการเล่นพนันช่วงสงกรานต์บอกได้มากกว่าจำนวนผู้เล่นหรือเงินหมุนเวียน เพราะตัวเลขเหล่านี้สะท้อนพฤติกรรมเสี่ยงโชคที่เชื่อมกับเทศกาล วันหยุดยาว การรวมกลุ่ม และช่องทางออนไลน์ที่เข้าถึงง่ายขึ้น แม้จะไม่มีข้อมูลเฉพาะวันสงกรานต์แบบตรงตัว แต่สถิติการพนันระดับประเทศ ช่วยให้เห็นว่าการพนันเป็นพฤติกรรมที่มีอยู่ในสังคมไทยหลายรูปแบบอยู่แล้ว

